การนินทาคือเครื่องมือของผู้อ่อนแอ

November 28, 2025

สมัยเรียนมหาลัยปี 1 ผมเคยลงเรียนวิชาพื้นฐานรหัส TU10x (จำชื่อเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่เนื้อหายังตราตรึง) วันนั้นอาจารย์เปิดคลาสด้วยคำถามที่ฟังดูเหมือนง่ายแต่ตอบยากชะมัดว่า "คุณคิดว่าการนินทา คือการต่อสู้ขัดขืน หรือการยอมจำนนต่ออำนาจ?"

ตอนนั้นด้วยความเลือดร้อนวัยรุ่น ผมตอบไปอย่างมั่นใจเลยครับว่า "มันต้องเป็นการต่อสู้สิครับอาจารย์! เราเกลียดมัน เราด่ามันลับหลัง นี่คือการแสดงจุดยืนว่าเราไม่เอาด้วย!" แต่คำเฉลยของอาจารย์กลับทำเอาผมแปลกใจ เพราะในทางสังคมวิทยาแล้ว การนินทาคือเครื่องมือที่ยืนยันว่าอำนาจนั้นยัง "ศักดิ์สิทธิ์" และ "แข็งแรงดี" ต่างหากครับ

ทำไมถึงเป็นงั้น? ลองคิดดูดีๆ นะครับ ถ้าเรามีอำนาจเหนือใครสักคนจริงๆ หรือเราจัดการปัญหาได้ เราจะเสียเวลานินทาไหม? ไม่ใช่ไหมครับ เราคงเดินไปสั่ง เดินไปด่า หรือทุบๆๆ ให้มันจบๆ ไป แต่ที่เราต้องหลบมาซุบซิบในมุมมืด ก็เพราะเรารู้ตัวดีว่า "สู้ซึ่งหน้าไม่ได้" ไงล่ะ

James Scott นักรัฐศาสตร์เจ้าของแนวคิด Weapons of the Weak (อาวุธของผู้อ่อนแอ) เคยอธิบายไว้ว่า การนินทามันทำหน้าที่เป็น Safety Valve หรือ "วาล์วระบายความดัน" ครับ ลองนึกภาพหม้อต้มแรงดันที่กำลังเดือดปุดๆ ถ้าไม่มีรูระบายไอน้ำ หม้อคงระเบิดเละเทะ (เกิดการประท้วง, การลาออกยกทีม, หรือการลุกฮือร้องเรียนหัวหน้า)

ดังนั้น ผู้มีอำนาจที่ฉลาดๆ มักจะ "อนุญาต" (แบบเนียนๆ) ให้มีการนินทาลับหลังครับ เขาจะแกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด ไม่รู้ไม่เห็น เพราะเขารู้ว่าตราบใดที่ลูกน้องยังจับกลุ่มนินทา แปลว่าลูกน้องได้ระบายความโกรธออกไปแล้ว พอกลับมาทำงานก็ก้มหน้าก้มตาทำต่อโดยไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไร สรุปคือ อำนาจของเขาก็ยังอยู่ยั้งยืนยงเหมือนเดิม

ความพีคมันอยู่ที่นิยามของคำว่า "ผู้มีอำนาจ" ด้วยครับ ถ้าอ้างอิงแนวคิด Micro-power ของ Foucault อำนาจไม่ได้แปลว่าต้องเป็น CEO หรือนายกฯ เสมอไป แต่มันอยู่ที่ว่า "ใครคุมทรัพยากร"

ยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดสุดคือ "ป้าแม่บ้าน" ครับ สมมติคุณเอาโยเกิร์ตที่แกะและกินไปแล้วครึ่งนึง ไปแช่ตู้เย็นไว้ครึ่งเดือนไม่ยอมกินให้หมดซักที ดองไว้จนกินพื้นที่ของคนอื่นจนลืม ป้าแม่บ้านมาเจอเข้าเลยโยนทิ้งถังขยะ คุณโกรธแทบตายแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะป้ามี "อำนาจในการบริหารจัดการตู้เย็น" ที่คุณไม่มี คุณเดินไปสั่งป้าไม่ได้ คุณเลยทำได้แค่เดินกลับมาที่โต๊ะแล้วนินทาป้ากับเพื่อนร่วมงานว่า "โห ป้าแม่งทิ้งของอีกละ" เห็นไหมครับ การนินทาป้า คือเครื่องยืนยันว่า ณ หน้าตู้เย็นนั้น ป้าแม่บ้านมี Power เหนือคุณ

นอกจากนี้ การนินทายังทำหน้าที่เช็คชื่อความเป็นพวกเดียวกัน (In-group) ว่า "เฮ้ย พวกเรายังเกลียดไอ้นั่นเหมือนกันใช่มะ" ใครแตกแถวไม่ร่วมวงนินทาก็จะโดนดีดออกไป ซึ่งหัวหน้างานชอบมากครับ เพราะมันช่วยคุมพฤติกรรมคนในองค์กรให้อยู่ในร่องในรอยโดยที่เขาไม่ต้องลงมาด่าเอง

แต่! (ตัวโตๆ) ว่าถ้าเสียงนินทามันเริ่มดังจน "ข้ามเส้น" กลายเป็นการวิจารณ์ในที่แจ้ง หรือเริ่มสั่นคลอนเก้าอี้ เมื่อนั้นผู้มีอำนาจจะไม่แกล้งโง่แล้วครับ เขาจะลงมาจัดการทันที ไม่ใช่เพราะเขาเพิ่งจะโกรธนะ แต่เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูว่า "กฎยังเป็นกฎ" และเขายังคุมเกมอยู่ต่างหาก

บทเรียนจากวิชานั้นเปลี่ยนมุมมองผมไปเลยครับ จากที่เคยรู้สึกสะใจเวลานินทาเพื่อนร่วมงานที่ไม่ชอบ กลายเป็นว่าทุกครั้งที่เริ่มอ้าปาก ผมจะฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่า "นี่เรากำลังยอมรับว่าเราอ่อนแอกว่าเขาอยู่หรือเปล่า? ทำไมเราไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆวะ เผื่อปัญหามันจะได้แก้"

ดังนั้น ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่อ่อนแอกว่าจริงๆ หรือถ้าปัญหานั้นมันแก้ได้ เลิกนินทาเถอะ  (ฮ่าๆๆๆ) แล้วเดินออกไปจัดการกับปัญหาตรงๆ ดีกว่า เพราะการนินทาอาจช่วยให้สบายใจ แต่มันไม่เคยช่วยให้เราชนะปัญหานั้นได้จริงๆ เลยสักครั้งเดียว

Labels: ,