ความเหลื่อมล้ำกำลังจะหมดไป(ไหมนะ)

December 11, 2025

ทุกคนเคยได้ยินข่าวดีที่พวกเศรษฐีบอกว่า "เฮ้ย! โลกเรากำลังดีขึ้นนะ ความเหลื่อมล้ำระดับโลก (Global Inequality) กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณทุนนิยม! ขอบคุณโลกาภิวัตน์!" เราฟังแล้วก็รู้สึกชื้นใจ เหมือนเรากำลังกอดคอกันเดินเข้าสู่เส้นชัยแห่งความเท่าเทียมยูโทเปียใช่ไหมครับ?

แต่เดี๋ยวก่อน... ผมไปเจอเปเปอร์ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ปี 2024 ของ Carlos Gradín ในวารสาร World Development ชื่อว่า "Revisiting the trends in global inequality" ซึ่งแกกระชากหน้ากาก "ข่าวดี" นี้ออกมาดู แล้วพบว่าความจริงมันอาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่เราคิดครับ

เรื่องมันมีอยู่ว่า เวลาเขาบอกว่า "ความเหลื่อมล้ำลดลง" เขาใช้ไม้บรรทัดที่เรียกว่า "ความเหลื่อมล้ำสัมพัทธ์" (Relative Inequality) วัดครับ อธิบายง่ายๆ คือ สมมติคนจนมีเงิน 10 บาท เพิ่มเป็น 20 บาท (โต 100%) ส่วนคนรวยมี 1,000 บาท เพิ่มเป็น 1,100 บาท (โต 10%) ในทางสถิติแบบสัมพัทธ์ เขาจะบอกว่า "ว้าว! คนจนโตเร็วกว่าคนรวยตั้งเยอะ ช่องว่างแคบลงแล้วนะ!"

แต่ในความเป็นจริง หรือ "ความเหลื่อมล้ำสัมบูรณ์" (Absolute Inequality)... คนจนเงินเพิ่มขึ้นมา 10 บาท แต่คนรวยเงินงอกมาตั้ง 100 บาท! ช่องว่างจริงๆ มันถ่างกว้างขึ้นจาก 990 บาท เป็น 1,080 บาทต่างหาก และนี่แหละครับคือสิ่งที่ Gradín ค้นพบจากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 1950

โดยสาเหตุหลักที่กราฟความเหลื่อมล้ำโลกดูดีขึ้นในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะคนจนทั่วโลกรวยขึ้นพร้อมกันหรอกครับ แต่มันเกิดจาก "จีนและอินเดีย" (ซึ่งประชากรเยอะมาก) พัฒนาประเทศจนคนหลุดพ้นจากความยากจนมหาศาล พอคนพันล้านคนขยับจาก "จนมาก" มาเป็น "พอหาอะไรยาไส้ไปวันๆได้" ค่าเฉลี่ยโลกมันเลยดูดีขึ้นทันตาเห็น (Between-country inequality ลดลง)

แต่ถ้าเราซูมเข้าไปดู "ภายในประเทศ" (Within-country) จะกลายเป็นว่าหนังคนละม้วนเลย เพราะในขณะที่ช่องว่างระหว่างประเทศดูแคบลง แต่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศเดียวกันกลับถ่างกว้างขึ้นในหลายที่ กลายเป็นว่าคนรวยในนิวยอร์กกับคนรวยในเซี่ยงไฮ้ที่พูดคนละภาษา อาจมีอะไรให้คุยกันรู้เรื่อง มากกว่าคุยกับคนจนที่พูดภาษาเดียวกันในประเทศตัวเองซะอีก

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ งานวิจัยนี้ยังเตือนถึงปรากฏการณ์ "Inequality Boomerang" คือไอ้กราฟที่ดูเหมือนความเหลื่อมล้ำกำลังลดลงเนี่ย มันอาจจะกำลัง "ดีดกลับ" ครับ เพราะตอนนี้จีนเริ่มรวยแล้ว การเติบโตของจีนจะไม่ช่วยดึงค่าเฉลี่ยความเหลื่อมล้ำโลกให้ลดลงได้เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เผลอๆ จะกลายเป็นตัวเร่งให้ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นด้วยซ้ำถ้าประเทศยากจนอื่นๆ (เช่น ในแอฟริกา) โตตามไม่ทัน

ดังนั้นอย่าเพิ่งหลงระเริงกับตัวเลข GDP หรือกราฟสวยๆ ที่บอกว่าโลกเท่าเทียมขึ้นครับ เพราะถ้ามองด้วยตาเปล่าในชีวิตจริง Absolute Gap หรือระยะห่างระหว่างเรากับมหาเศรษฐีมันยังห่างกันเป็นปีแสง ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนยานอวกาศของพวกคนรวยกำลังเร่งเครื่องหนีจักรยานอีแต๋นของเรามากขึ้น ไปไกลขึ้นทุกที

และแน่นอน... ครั้งหน้าถ้าใครมาบอกว่า "ความเหลื่อมล้ำในโลกลดลงแล้ว" ให้ถามเขากลับไป ว่า "วัดแบบ Relative หรือ Absolute ดีคะพี่?" รับรองว่าคำตอบอาจเปลี่ยนไปก็ได้นะ)

Labels: ,